เข้าชมเว็บไซต์ สสส.
Skip to main content
talkaboutsex.thaihealth.or.th logo talkaboutsex.thaihealth.or.th
Syndicate content

ค้นหา

Primary links

  • หน้าแรก
  • เรื่องน่ารู้
    • เรื่องเด็กเด็ก
    • วัยโจ๋รู้เรื่องเพศ
    • เข้าใจจุดซ่อนเร้น
    • ไขความลับเรื่องเพศ
    • เข้าใจเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้อง
    • ทิปคุยได้เรื่องเพศ
  • บอร์ดพูดคุย
  • แบบทดสอบ
  • อัพเดทข่าว
  • มัลติมีเดีย
  • แหล่งข้อมูล
    • ดาวน์โหลด
    • รวมลิงค์ เพศศึกษา
  • รู้จักกัน
    • ติชม/เสนอแนะ
หน้าแรก

ขนาดตัวอักษร ขนาดปกติ|ขนาดใหญ่ขึ้น 10%|ขนาดใหญ่ขึ้น 20%|ขนาดใหญ่ขึ้น 30%

รู้จัก Talk about sex

ทำไมต้องมี talk about sex

เมื่อพูดถึงคำว่า “เพศ” หลายคนอาจจะคิดถึงแต่เรื่องบนเตียง และติดกรอบความคิดแบบเดิมๆ ว่า เรื่องเพศ หรือ เซ็กส์เป็นเรื่องต้องห้าม ทั้งห้ามพูด ห้ามถาม และห้ามแสดงอาการสนใจอยากรู้ จนส่งผลให้เรื่องเพศ เป็นเรื่องลึกลับ ปกปิดในสังคมไทยค่ะ

“talk about sex” เป็นเว็บไซด์ที่เกิดขึ้นเพื่อเปิดเผยเรื่องที่ถูกทำให้ลึกลับ ไม่ให้ลับอีกต่อไป เป็นการสร้างการเรียนรู้ของสังคมเรา เกี่ยวกับเรื่องเพศในมุมมองที่เปิดกว้างว่าไม่ใช่เรื่องสกปรก ลามก หรืออันตราย แต่เป็นการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อคนทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว เพื่อให้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข ปลอดภัย และเคารพในสิทธิของตนเองและคนรอบข้างค่ะ

เรียนรู้เรื่องเพศกันยังไงดี?

เรื่องเพศเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เริ่มจากทำความรู้จักความหมายของคำว่า “เพศ” ก่อน เพราะคำนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก คนทั่วไปเข้าใจกันผิดๆ เข้าใจแบบแคบๆ ลองมาดูกันว่าจริงๆ แล้ว “เพศ” หมายถึงอะไรกันบ้าง

คำว่าเพศคำเดียวมีความหมายตั้ง 3 แบบ หนึ่ง หมายถึง เรื่องทางร่างกาย การแบ่งแยกเป็นเพศต่างๆ ตามอวัยะเพศ เท่าที่พบก็มีอวัยวะเพศหญิง เพศชาย และคนที่มีอวัยวะทั้งสองเพศติดมาแต่เกิด

สอง หมายถึง ความคาดหวังของครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน สื่อต่างๆ ประเภทวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือต่างๆ ที่บอกว่าพอเราเกิดมามีอวัยวะเพศเป็นผู้หญิง เป็นผู้ชาย แล้วเราควรทำตัวยังไง ควรมีนิสัยแบบไหน แม้กระทั่ง เราควรจะเรียนอะไร ทำงานอะไร ก็เป็นเรื่องที่คนอื่นคาดหวังเรา เพศแบบนี้ไม่ได้ติดตัวเรามาแต่เกิด ลองคิดดูว่า ถ้าจู่ๆ เราเกิดมาในโลกที่ไม่กำหนดว่าคนมีแค่สองเพศ และคนมีอวัยวะเพศแบบไหนควรมีบทบาท หน้าที่ หรือการแต่งตัวยังไง อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ไร้ขีดจำกัด เพศในความหมายที่สองเลยเป็นเรื่องการสร้างความคิดความเชื่อโดยสังคมนั่นเอง

ส่วนความหมายที่สาม คือ ความคิด ความเชื่อ การแสดงออกของเราที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก และความปรารถนาทางเพศ เจ้าตัวความคิด ความเชื่อนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ติดตัวเรามาแต่เกิดเหมือนกัน แต่มันสำคัญมาก เพราะทำให้เรามองเรื่องเพศในความหมายนี้ต่างกันไป ฟังดูแล้วงงๆ ใช่ไหมคะ มีตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็เช่น คนส่วนใหญ่มองว่า ความรักของผู้หญิงผู้ชายเป็นเรื่องปกติ แต่ความรักของคนเพศเดียวกันผิดปกติ หรือ ผู้หญิงดีคือผู้หญิงที่อ่อนประสบการณ์เรื่องความรัก และเป็นฝ่ายรับ คือไม่พูดว่ารักก่อน ไม่แสดงออกก่อน แม้กระทั่งการมีเซ็กส์ก็เป็นฝ่ายรับหรือ การมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องปกติ แต่การมีสามีหลายคน สังคมก็รับไม่ได้ ความคิดแบบนี้ เราถูกสั่งสอนกันทีหลัง ประเทศอื่นๆ อาจจะคิดเหมือนหรือต่างจากเราก็ได้ มีตัวอย่างเช่น ชนเผ่าหนึ่งในประเทศจีน มีธรรมเนียมที่ผู้หญิงจะมีสามีมากกว่าหนึ่งคน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่น้องกัน และอยู่ในบ้านเดียวกัน เพื่อช่วยกันทำไร่ทำนา ที่เป็นสมบัติของฝ่ายหญิง ความหมายของ “เพศ” แบบที่สามนี้ เขาเรียกกันว่า “เพศวิถี” หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าวิถีทางเพศก็ได้ค่ะ

ใช้ชีวิตทางเพศยังไงถึงมีความสุขและปลอดภัย?

เรื่องการมีชีวิตทางเพศที่เป็นสุขและปลอดภัยนี่มีการพูดถึงกันมาไม่นานค่ะ แต่ก่อนเรามักพูดถึงแต่ความปลอดภัย ก็เลยใช้วิธีขู่ให้กลัว ให้หลีกเลี่ยงไม่เรียนรู้เรื่องเพศ ทำให้ไม่มีความรู้ และทักษะเอาตัวรอด แต่ทิศทางใหม่ของการใช้ชีวิตทางเพศ จะเน้นเรื่องความสุขและปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน หรือเรียกว่ามี “สุขภาวะทางเพศ” นั่นเอง ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “สุขภาวะทางเพศ” ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.th.wikipedia.org/wiki/ สุขภาวะทางเพศ ได้ค่ะ

จะรู้ได้ไงว่ามีสุขภาวะทางเพศไหม?

จะวัดสุขภาวะทางเพศทำได้ไม่ยากเลย ก่อนอื่น เพื่อให้วัดได้ง่ายๆ ก็ต้องซอยย่อยออกมาเป็น คนที่มีสุขภาวะทางเพศ กับ สังคมที่มีสุขภาวะทางเพศ นักวิชาการด้านสุขภาวะทางเพศเขาบอกเอาไว้ว่า

คนที่มีสุขภาวะทางเพศ คือ คนที่
  • มั่นใจเต็มเปี่ยมในเสื้อผ้า หน้าผมของตัวเอง โฆษณาไม่ได้แอ้มเงินเขาง่ายๆ แน่
  • หมั่นสัมผัส เรียนรู้ ดูแลอวัยวะเพศของตัวเองเหมือนกับที่ทำกับใบหน้า
  • ถามจริง ตอบตรงเรื่องเพศ ไม่รู้สึกขบขัน เขินอาย หรือรังเกียจ ก็มันเรื่องธรรมดา
  • เคารพคนทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นสาวประเภทสอง หญิงรักหญิง ชายรักชาย หรือคนที่รักสองเพศ
  • มีคาถา 3 คำประจำใจ “ต้องพร้อม ต้องเต็มใจ ต้องปลอดภัย”
  • หูกว้างตากว้างหาข้อมูลเรื่องเพศที่ถูกต้อง และมากพอจะตัดสินใจมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยและมีความสุข เมื่อเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้ว อะไรจะเกิดก็พร้อมรับผิดชอบ
  • รักตัวเองเป็น ไม่ต้องตะเกียกตะกายเอาสุขภาพไปเสี่ยงกับสารพัดวิธีทำสวย หรือเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

ลองเช็คดูว่าคุณเข้าใกล้การมีสุขภาวะทางเพศหรือยัง

แต่กว่าจะเป็นคนที่มีสุขภาวะทางเพศได้ มันยากเย็นเอาการอยู่ เพราะเพื่อนๆ ครอบครัว คนรอบข้าง แม้แต่โฆษณาก็มักจะตามมาหลอกหลอน ให้ต้องใจอ่อน ทำตามๆ กระแสกันไป นักวิชาการสุขภาวะทางเพศเขามองว่า คนเราจะมีสุขภาวะทางเพศได้ ก็ต้องอยู่ในสังคมที่มีสุขภาวะทางเพศด้วย คือ เป็นสังคมที่มีลัษณะ

  • เชื่อว่าเรื่องเพศไม่ใช่เรื่องสกปรก ลามก หรืออันตราย แต่เป็นการเรียนรู้เพื่อใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัย
  • เชื่อว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกทางเพศ อย่างอิสระ มีความสุข ปลอดภัย ตราบใดที่เคารพสิทธิของตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะแสดงออกทางกาย ทางอารมณ์ ความรู้สึก และทางความคิด เช่น การแต่งตัว ความรักที่มีต่อคนเพศเดียวกันหรือต่างเพศ และการหาข้อมูลเรื่องเพศ ฯลฯ
  • ไม่แบ่งแยกว่าคนมีอวัยวะเพศหญิง เพศชาย ควรคิด และแสดงออกยังไง เช่น ถ้าคิดว่าการรักนวลสงวนตัวเป็นเรื่องดีก็ต้องสนับสนุนทุกเพศ อย่ากำหนดไว้เฉพาะเพศหญิง
  • สนับสนุนให้คนทุกเพศ ทุกวัย ได้รับข้อมูลเรื่องเพศที่ถูกต้อง รอบด้าน และทันต่อการใช้งาน
  • ยอมรับให้คนทุกเพศ ทุกวัย แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องเพศด้วยความรู้สึกปลอดภัย และไม่ถูกตำหนิ
  • รัฐบาลออกกฎหมาย นโยบาย หรือระเบียบที่คุ้มครองสิทธิทางเพศของคนทุกเพศ ทุกวัย
  • บริการต่างๆ เช่น คลินิกสุขภาพ ระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาล และเอกชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น ต้องเป็นมิตร กับคนทุกเพศ ทุกวัย สามารถไปใช้บริการได้ง่ายและสะดวก
  • เปิดอ่าน 5647 ครั้ง
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
creative-commons แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
  • logo-Thaihealth
  • logo-Whaf
  • logo-Changefusion
  • logo-Opendream